:: กระดานสนทนา > กลุ่มเภสัชกรสาขาโรคมะเร็ง > เกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรเตรียมผสมยาเคมีบำบัด
เกณฑ์ในการคัดเลือกบุคลากรเตรียมผสมยาเคมีบำบัด
จำนวนผู้อ่าน 3969 ครั้ง
  ภญ.อัญชภรณ์ Posted: 2006-09-21 15:36:59
เจ้าของกระทู้
125.24.193.249

แก้ไข
ลบกระทู้

เนื่องจากทากลุ่มงานเภสัชกรรมของที่โรงพยาบาลมีมติให้เภสัชกรทุกคนหมุนเวียนกันขึ้นเตรียมเคมีบำบัดและขณะนี้กำลังอบรมเภสัชกรเพิ่มเติม แต่มีน้องเภสัชกรคนหนึ่งเป็นโรค Hyperthyroid โดยน้องเค้านำใบรับรองแพทย์มายืนยันเพื่อขอยกเว้นไม่เตรียมยาเคมีบำบัด โดยให้เหตุผลว่ายาเคมีบำบัดมีผลในการกดไขกระดูกซึ่งอาจมีผลกับสภาวะโรคที่เป็นอยู่ ซึ่งทางกลุ่มงานจัดให้เตรียมใน Isoletor และขณะนี้ทางโรงพยาบาลรับเฉพาะCase refer เตรียมเฉพาะยา 2 ต้ว คือ 5-FU และ MTX แต่ทาง ร.พ. กำลังพิจารณายาตัวอื่นๆ เข้ามาเพื่อจะเตรียมรักษาเอง ดิฉันเองได้ดูข้อมูลข้อยกเว้นแล้ว มีบอกไว้เฉพาะผู้ที่เป็นโรคติดเชื้อ โรคผิวหนัง และ หญิงมีครรภ์/ให้นมบุตร  จึงอยากถามว่ามีข้อยกเว้นสำหรับผู้ที่เป็นโรค hyperthyroid หรือไม่ค่ะ  ขอบคุณค่ะ

 

  บุษบา จินดาวิจักษณ์ Posted: 2006-10-19 21:17:54
ความคิดเห็นที่ 1
202.28.169.165

แก้ไข
ลบข้อความนี้

ยาเคมีบำบัดมีผลกดไขกระดูก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีอยู่ การเตรียมยาโดยเภสัชกร เป็นการทำอย่างระมัดระวัง มีการป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น ทั้งโดยการใส่เครื่องห่อหุ้มร่างกาย การใช้ตู้ผสมยาที่มีระบบกรองอากาศและ exhaust สู่ภายนอกห้อง และการใช้เทคนิคที่มี safety precaution ร่วมกับ aseptic technique สิ่งเหล่านี้ เภสัชกรเป็นผู้ที่รู้ดีที่สุด มีความระมัดระวังมากที่สุด และเชี่ยวชาญที่สุด จึงขอเป็นกำลังใจสนับสนุนผู้ทำงานด้านนี้ทุกท่าน และขออย่าได้กลัวยาเคมีบำบัด แต่ถ้าท่านทำงานด้วยความประมาท ก็ขอย่าได้ทำเลย เพราะนอกจากจะทำร้ายตัวเองแล่วยังทำร้ายผู้อื่นด้วย

สำหรับกรณีการเป็น hyperthyroid นั้นต้องขอทราบว่ามีการใช้ยาใดในการรักษา และดูว่ายานั้นจะทำให้เกิดผลอย่างไร มีรายงานว่า ยา anti-thyroid ทำให้เกิด agranulocytosis ได้ในร้อยละ 0.2-0.5 ของผู้ป่วยที่กินยานี้ และเกิดภายใน 2 เดือนที่กินยา โดยเป็นแบบ immunologic response ไม่ขึ้นกับขนาดยา ซึ่งผลของ agranulocytosis ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อ แบบเดียวกับการได้รับยาเคมีบำบัด ดังนั้นก่อนที่จะให้เป็นผู้ผสมยาเคมีบำบัด ควรตรวจเลือดดูระดับเม็ดเลือดก่อน หากต่ำ ก็ไม่ควรให้ทำ นอกจากนี้ก็ควรตรวจดูการทำงานของตับ ไต และปอดด้วย