ประกาศทุนวิจัย Thai HP (Thai HP Research Grant) ประจำปี 2559
โปรดระบุข้อมูลให้ครบถ้วน **

เพื่อให้บรรลุพันธกิจในการเสริมสร้าง เผยแพร่ จัดการองค์ความรู้ทางวิชาการ และการวิจัยทางเภสัชกรรมโรงพยาบาล สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) จึงจัดโครงการให้ทุนวิจัยแก่เภสัชกรโรงพยาบาลและเภสัชกรนักวิจัย
ซึ่งมีกรอบการวิจัยเป็น 2 แนวทางหลัก ดังนี้
1. เป็นการวิจัยเพื่อพัฒนางานเภสัชกรรมโรงพยาบาล ซึ่งมีกรอบการวิจัย ได้แก่
1.1 เป็นการวิจัยพื้นฐานของงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล
1.2 เป็นการวิจัยเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเภสัชกรโรงพยาบาล
1.3 เป็นการวิจัยทางคลินิกที่นำไปสู่ความสำเร็จและความปลอดภัยในการใช้ยาของผู้ป่วย
1.4 เป็นการวิจัยที่เกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายระดับชาติที่มีผลต่อการปฏิบัติงานของเภสัชกรโรงพยาบาล และต่อการใช้ยาของผู้ป่วย
2. เป็นการวิจัยชนิดมุ่งเป้าของงานเภสัชกรรมโรงพยาบาล ซึ่งในปี 2560 กำหนดกรอบการวิจัยเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรในการบริบาลทางเภสัชกรรม

หลักเกณฑ์การสนับสนุนทุน
1. ข้อกำหนด
1.1 ต้องเป็นโครงการวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพเภสัชกรรมด้านเภสัชกรรมโรงพยาบาล
1.2 ต้องเป็นโครงการวิจัยที่ขอรับการสนับสนุนจากสมาคมฯ แห่งเดียว
1.3 ต้องเป็นโครงการวิจัยที่มีระยะเวลาในการทำวิจัยไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องไม่เกิน 3 ปี โดยต้องมีรายละเอียดแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน
1.4 ผู้ดำเนินการวิจัยยอมรับที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ได้แก่ การทำสัญญา การรายงานความก้าวหน้า การรายงานการเงิน สิทธิและผลประโยชน์อันเกิดจากผลงานวิจัย การส่งเล่มรายงาน การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย เป็นต้น
1.5 สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการสนับสนุนทุนวิจัย และขอเรียกเงินทุนวิจัยที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดคืน หากพบว่าเป็นข้อเสนอโครงการวิจัยที่ได้รับทุนซ้ำซ้อน หรือเป็นการวิจัยที่ไม่ได้ดำเนินการด้วยความชำนาญและความเอาใจใส่เพื่อให้เกิดผลงานตามที่คาดหมาย หรือเป็นการวิจัยที่ดำเนินการและเผยแพร่มาก่อนแล้ว
2. คุณสมบัติของผู้ขอรับทุนการวิจัย
2.1 เป็นเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ
2.2 มีศักยภาพและความรู้ความสามารถที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในผลสำเร็จของงานวิจัย
2.3 สามารถดำเนินงานและควบคุมการวิจัยให้เป็นไปตามแผนที่เสนอไว้
2.4 ไม่อยู่ระหว่างการรับทุนวิจัยจากแหล่งทุนอื่นๆ ในโครงการที่เสนอขอทุนนี้ และไม่เป็นผู้ติดค้างการส่งรายงานฉบับสมบูรณ์สำหรับโครงการที่เคยได้รับทุนและสิ้นสุดเวลาไปแล้ว ทั้งจากสมาคมฯ และแหล่งทุนอื่น
2.5 เป็นผู้มีจรรยาบรรณนักวิจัย
3. การเสนอหัวข้อโครงการวิจัย ผู้ขอรับทุนต้องส่งโครงการวิจัยที่ประกอบด้วย
3.1 หน้า concept paper ความยาวไม่เกิน 1 หน้า ประกอบด้วย ชื่อหัวข้อ ชื่อหัวหน้าโครงการและสังกัด วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ระยะเวลาทำวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และยอดรวมงบประมาณ
3.2 รายละเอียดโครงการวิจัย
3.2.1 ชื่อหัวข้อโครงการวิจัย
3.2.2 ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย (principal investigator) และสังกัด (ระบุช่องทางติดต่อ)
3.2.3 ชื่อคณะผู้วิจัย พร้อมทั้งระบุบทบาทของหัวหน้าโครงการวิจัยและผู้ร่วมวิจัย
3.2.4 คำสำคัญ (keywords) ของโครงการวิจัย
3.2.5 ความสำคัญ และที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย
3.2.6 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
3.2.7 วัตถุประสงค์ของการทำวิจัย
3.2.8 ขอบเขตของการวิจัย
3.2.9 ทฤษฎี สมมติฐาน หรือกรอบแนวความคิดของการวิจัย
3.2.10 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
3.2.11 วิธีดำเนินการวิจัยและการเก็บข้อมูล (ระบุประชากร และขนาดตัวอย่าง) พร้อมทั้งแนบแบบสอบถาม หรือ กรณีที่มี intervention กับผู้ป่วย ต้องแนบใบขอความยินยอมจากผู้ป่วย (informed consent form) และเอกสารชี้แจงผู้ป่วย รวมทั้งใบรับรองว่าหัวหน้าโครงการวิจัยซึ่งเป็นผู้วิจัยหลักได้ผ่านการอบรมจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้ว
3.2.12 ระยะเวลาทำการวิจัยและแผนการดำเนินงาน (ระบุขั้นตอนอย่างละเอียด)
3.2.13 รายละเอียดงบประมาณการวิจัย
3.2.14 ประวัติคณะผู้วิจัย ประสบการณ์และผลงาน
4. เกณฑ์การกำหนดงบประมาณ
การกำหนดงบประมาณ ผู้ขอรับทุนควรประมาณการค่าใช้จ่ายตามความเหมาะสมกับปริมาณงาน โดยระบุแยกตามหมวดหมู่ ดังนี้
4.1 หมวดค่าตอบแทน ใช้สอย วัสดุ หมายถึงค่าใช้จ่ายที่กำหนดให้จ่ายเพื่อการบริหารโครงการ เช่น ค่าตอบแทนนักวิจัย ค่าตอบแทนวิทยากร ค่าตอบแทนที่ปรึกษาทางวิชาการ และค่าตอบแทนการวิเคราะห์ข้อมูล เป็นต้น
4.2 หมวดค่าใช้สอย หมายถึง ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งงานของโครงการ เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก ค่าพาหนะ ค่าเช่ารถ ค่าถ่ายเอกสาร
4.3 หมวดค่าวัสดุ หมายถึง ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งของที่เมื่อใช้แล้วสิ้นเปลืองหมดไป เช่น ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าสารเคมี
4.4 หมวดค่าสาธารณูปโภค หมายถึง ค่าติดต่อสื่อสาร และค่าไปรษณีย์
4.5 หมวดค่าธรรมเนียมสถาบัน (เฉพาะกรณี) ไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินค่าใช้จ่ายในโครงการ (ไม่รวมหมวดเงินเดือน ค่าตอบแทนนักวิจัย)
4.6 หมวดรายจ่ายอื่นๆ หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่ไม่เข้าลักษณะประเภทรายจ่ายใดๆ ข้างต้น
5. เงื่อนไขสำหรับผลงานวิจัย
5 .1 ผลงานวิจัยถือเป็นลิขสิทธิ์ของสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)
5.2 ผู้วิจัยต้องส่งเล่มรายงานฉบับสมบูรณ์ นำเสนอผลงานในงานประชุมสามัญประจำปีของสมาคมฯ และตีพิมพ์บทความในวารสารสมาคมฯ
5.3 การเผยแพร่ผลงานวิจัยในทางอื่นใด ต้องได้รับอนุญาตจากสมาคมฯ ก่อน

จำนวนทุนและวงเงิน
ไม่จำกัดจำนวนทุน
ทุนวิจัยต่อโครงการอยู่ภายในวงเงิน 30,000 – 200,000 บาท

การสมัครขอรับทุน
เภสัชกรผู้สนใจส่งข้อเสนอโครงการวิจัยเพื่อสมัครขอรับทุนฯ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดข้างต้น ได้คนละ 1 โครงการเท่านั้น โดย submit online บนเว็บไซต์ www.thaihp.org ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2560

การประกาศผล
สมาคมฯ จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนวิจัยบนเว็บไซต์ www.thaihp.org รวมทั้งแจ้งผลโดยตรงถึงผู้ขอรับทุนวิจัย ภายในวันที่ 30 เมษายน 2560 เพื่อเข้ารับมอบทุนวิจัยจากนายกสมาคมฯ ในงานประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2560
ทั้งนี้ ผลการตัดสินของคณะกรรมการพิจารณาทุนของสมาคมฯ ให้ถือเป็นที่สิ้นสุด

ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย (principal investigator)
ชื่อองค์กร /ที่ทำงาน /โรงพยาบาล** :
จังหวัด** :
สังกัด** : อื่นๆ (ระบุ)
สังกัด
คำนำหน้า**: ยศ
ชื่อ-นามสกุล**:
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ภ
สถานภาพสมาชิกสมาคม**: เลขที่
สถานที่ติดต่อ เลขที่**:
ถนน**:
ตำบล/แขวง**:
อำเภอ/เขต**:
จังหวัด**:
รหัสไปรษณีย์**:
โทรศัพท์
โทรสาร
มือถือ** :
E-mail address** :
ชื่อหัวข้อโครงการวิจัย
ชื่อ(ภาษาไทย)** :
ชื่อ(ภาษาอังกฤษ)** :
Concept paper และ รายละเอียดโครงการวิจัย
3. การเสนอหัวข้อโครงการวิจัย ผู้ขอรับทุนต้องส่งโครงการวิจัยที่ประกอบด้วย
3.1 หน้า concept paper ความยาวไม่เกิน 1 หน้า ประกอบด้วย ชื่อหัวข้อ ชื่อหัวหน้าโครงการและสังกัด วัตถุประสงค์ วิธีดำเนินการวิจัย ระยะเวลาทำวิจัย ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ และยอดรวมงบประมาณ
3.2 รายละเอียดโครงการวิจัย
3.2.1 ชื่อหัวข้อโครงการวิจัย
3.2.2 ชื่อหัวหน้าโครงการวิจัย (principal investigator) และสังกัด (ระบุช่องทางติดต่อ)
3.2.3 ชื่อคณะผู้วิจัย พร้อมทั้งระบุบทบาทของหัวหน้าโครงการวิจัยและผู้ร่วมวิจัย
3.2.4 คำสำคัญ (keywords) ของโครงการวิจัย
3.2.5 ความสำคัญ และที่มาของปัญหาที่ทำการวิจัย
3.2.6 ทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง
3.2.7 วัตถุประสงค์ของการทำวิจัย
3.2.8 ขอบเขตของการวิจัย
3.2.9 ทฤษฎี สมมติฐาน หรือกรอบแนวความคิดของการวิจัย
3.2.10 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
3.2.11 วิธีดำเนินการวิจัยและการเก็บข้อมูล (ระบุประชากร และขนาดตัวอย่าง) พร้อมทั้งแนบแบบสอบถาม หรือ กรณีที่มี intervention กับผู้ป่วย ต้องแนบใบขอความยินยอมจากผู้ป่วย (informed consent form) และเอกสารชี้แจงผู้ป่วย รวมทั้งใบรับรองว่าหัวหน้าโครงการวิจัยซึ่งเป็นผู้วิจัยหลักได้ผ่านการอบรมจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์แล้ว
3.2.12 ระยะเวลาทำการวิจัยและแผนการดำเนินงาน (ระบุขั้นตอนอย่างละเอียด)
3.2.13 รายละเอียดงบประมาณการวิจัย
3.2.14 ประวัติคณะผู้วิจัย ประสบการณ์และผลงาน
*Word Document:  Each file must not exceed 5MB.
ชื่อคณะผู้วิจัย พร้อมทั้งระบุบทบาทของหัวหน้าโครงการวิจัยและผู้ร่วมวิจัย (หากมีผู้ร่วมวิจัยหลายคน ให้ใส่ชื่อเพียง 3 คน )
1.ชื่อ-นามสกุล** :
2.ชื่อ-นามสกุล:
3.ชื่อ-นามสกุล:
หลักเกณฑ์การสนับสนุนทุน
1. ข้อกำหนด
1.1 ต้องเป็นโครงการวิจัยที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อวิชาชีพเภสัชกรรมด้านเภสัชกรรมโรงพยาบาล
1.2 ต้องเป็นโครงการวิจัยที่ขอรับการสนับสนุนจากสมาคมฯ แห่งเดียว
1.3 ต้องเป็นโครงการวิจัยที่มีระยะเวลาในการทำวิจัยไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องไม่เกิน 3 ปี โดยต้องมีรายละเอียดแผนการดำเนินงานอย่างชัดเจน
1.4 ผู้ดำเนินการวิจัยยอมรับที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ที่สมาคมฯ กำหนดไว้ ได้แก่ การทำสัญญา การรายงานความก้าวหน้า การรายงานการเงิน สิทธิและผลประโยชน์อันเกิดจากผลงานวิจัย การส่งเล่มรายงาน การตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย เป็นต้น
1.5 สมาคมฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิกการสนับสนุนทุนวิจัย และขอเรียกเงินทุนวิจัยที่ได้รับไปแล้วทั้งหมดคืน หากพบว่าเป็นข้อเสนอโครงการวิจัยที่ได้รับทุนซ้ำซ้อน หรือเป็นการวิจัยที่ไม่ได้ดำเนินการด้วยความชำนาญและความเอาใจใส่เพื่อให้เกิดผลงานตามที่คาดหมาย หรือเป็นการวิจัยที่ดำเนินการและเผยแพร่มาก่อนแล้ว
2. คุณสมบัติของผู้ขอรับทุนการวิจัย
2.1 เป็นเภสัชกรที่มีใบประกอบวิชาชีพ
2.2 มีศักยภาพและความรู้ความสามารถที่ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในผลสำเร็จของงานวิจัย
2.3 สามารถดำเนินงานและควบคุมการวิจัยให้เป็นไปตามแผนที่เสนอไว้
2.4 ไม่อยู่ระหว่างการรับทุนวิจัยจากแหล่งทุนอื่นๆ ในโครงการที่เสนอขอทุนนี้ และไม่เป็นผู้ติดค้างการส่งรายงานฉบับสมบูรณ์สำหรับโครงการที่เคยได้รับทุนและสิ้นสุดเวลาไปแล้ว ทั้งจากสมาคมฯ และแหล่งทุนอื่น
2.5 เป็นผู้มีจรรยาบรรณนักวิจัย
รับทราบและยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว